สืบสานงานศิลป์บนผืนผ้า เชื่อมโยงชุมชนสู่โลกกว้าง
ด้วยสองแม่ลูกชาวต่างชาติหัวใจไทย
สตูดิโอแน่นหนา เป็นสตูดิโองานคราฟต์ด้านผ้าไทยที่โดดเด่นด้วยการทอผ้ามัดหมี่และย้อมสีธรรมชาติ ก่อตั้งโดย อาจารย์แพทริเซีย ชีสแมน ในปี ค.ศ.1985 ปัจจุบัน คุณลาโมน่า ชีสแมน ผู้เป็นลูกสาวได้เข้ามาช่วยบริหารจัดการกิจการ
เส้นใยแห่งจุดเริ่มต้น
คุณลาโมน่าเล่าถึงจุดเริ่มต้นก่อนจะมาเป็นสตูดิโอแน่นหนาว่า อาจารย์แพทริเซียศึกษามาทางด้านเซรามิก ได้มีโอกาสไปดูแลโครงการพัฒนาการผลิตเซรามิกที่ประเทศลาวเป็นระยะเวลา 8 ปี ในระหว่างนั้นได้เห็นผ้าทอหลากหลายแบบ โดยเฉพาะผ้าจากกลุ่มชนไตลาว อีกทั้ง
ได้พูดคุยสอบถามความเป็นมากับผู้คนที่ได้นำผ้ามาขายในตลาดเช้าที่กรุงเวียงจันทร์ เกิดเป็นความสนใจในลวดลายและวัฒนธรรมบนผืนผ้า
จึงเริ่มศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับผ้าไตลาวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งเป็นการเรียนรู้แบบ ‘on site on field’ คือการเรียนรู้จากชาวบ้านผ่านการปฏิบัติโดยตรง เมื่อจบโครงการในประเทศลาว อาจารย์แพทริเชียและครอบครัวได้ย้ายไปอาศัยที่ประเทศออสเตรเลีย ด้วยความหลงใหลผ้าไตลาว อาจารย์จึงเดินทางกลับมายังประเทศไทย และได้รับเชิญให้เป็นอาจารย์พิเศษด้านผ้าไทยและการออกแบบ แผนกศิลปะไทย คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาจารย์แพทริเซียได้มีโอกาสเดินทางไปพบปะกับคนทอผ้าในภาคเหนือ ภาคอีสานของประเทศไทยและยังได้กลับไปประเทศลาวอีกด้วย
การได้ไปอยู่ในหมู่บ้านต่างๆ ได้ทำงานกับคนทอ คนย้อม นอกจากจะได้ความรู้กลับมาแล้ว ยังรับรู้ถึงความต้องการของชาวบ้านที่อยากมีตัวแทนจำหน่ายสินค้า อีกทั้งมองเห็นคุณค่าของงานเหล่านั้น จึงได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนระหว่างผู้ผลิตและตลาดต่างประเทศโดยไม่เอาเปรียบชาวบ้าน
“สตูดิโอแน่นหนาเริ่มต้นที่บ้านหลังเล็กๆ ในย่านนิมมานฯ ก่อนจะย้ายมาที่ชุมชนช่างเคี่ยนจนถึงปัจจุบัน อาจารย์แพทริเชีย เห็นว่าคำว่า
แน่นหนา เป็นคำที่เหมาะสมสำหรับกิจการ บ่งบอกถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่เราทำ และความสัมพันธ์แน่นแฟ้นที่เรามีต่อผู้ผลิตและ
ความจริงใจที่เรามีต่อผู้ซื้อ โดยมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนคนทอผ้าและผู้ผลิตที่อยู่ตามหมู่บ้านต่างๆ”
มัดความคิด ย้อมจิตวิญญาณ
“คุณแม่จะคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเสมอ การใช้น้ำและทรัพยากรต้องคุ้มค่า ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ”
ตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีที่ผ่านมา อาจารย์แพทริเซียศึกษาวิจัยด้านผ้าโบราณอย่างต่อเนื่อง ด้วยต้องการช่วยคนทอผ้าประกอบกับ
ความเป็นศิลปินในตัว จึงออกแบบลายผ้า สร้างสรรค์สีย้อม ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ชอบและสนใจ อีกทั้งด้วยความที่รู้จักตลาด รู้ความต้องการของผู้ซื้อชาวต่างชาติ รวมถึงรูปแบบ รสนิยม ทำให้ผ้าของสตูดิโอแน่นหนาเป็นที่ต้องการเสมอ
คุณลาโมน่าบอกว่า ที่สตูดิโอมีผลิตภัณฑ์ที่ทอด้วยเทคนิคที่หลากหลาย แต่จะโดดเด่นด้วยเทคนิคมัดหมี่ เพราะเป็นเทคนิคการทอผ้าที่อาจารย์แพทริเซียหลงรัก และเป็นเทคนิคที่สามารถนำมาดัดแปลงเป็นเสื้อผ้าได้ง่าย สามารถทอในเนื้อบางเบา เนื้อหนา พื้นผิวเรียบ หรือขรุขระก็ได้ นอกจากนี้ยังสามารถทำได้หลายสีอีกด้วย ถือเป็นความสนุกในการรังสรรค์ลวดลายด้วยตัวเอง
“มัดหมี่ คือการนำเส้นด้ายมามัด เพื่อทำให้เกิดลายก่อนจะนำไปทอ เป็นเทคนิคการทอผ้าที่ทำทั่วทุกภาคในประเทศไทยพบมากที่สุดใน
ภาคอีสาน ทางภาคเหนือจะพบในงานของกะเหรี่ยงบ้าง ลัวะบ้าง เป็นการมัดหมี่เส้นยืน เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของการมัดหมี่คือ ขอบของลาย
จะมีความนุ่มนวล ต่างจากผ้าพิมพ์ที่มีลายคมชัด เนื้อผ้าของเราจะทอด้วยเส้นไหมล้วน เส้นฝ้ายล้วน และไหมแกมฝ้าย”
เมื่อเล่าถึงขั้นตอนการทำงาน คุณลาโมน่าบอกว่า ในการเตรียมมัดหมี่ 1 ชุด จะได้ผ้าความยาวประมาณ 2-5 เมตร ใช้ระยะเวลาประมาณ
2 เดือน นับตั้งแต่การเตรียมเส้นด้าย การมัดด้วยกระบวนการมัดหมี่ การย้อม การแกะเชือกที่มัดไว้ออก การกลิ้งเพื่อนำมาทอบนเส้นยืน โดย
สตูดิโอแน่นหนาเน้นการย้อมสีบนเส้นใยก่อนนำไปทอ หรือหากเป็นการมัดหมี่ ชาวบ้านก็จะมัดลายบนเส้นใยก่อนแล้วจึงส่งกลับมาให้ย้อม
เมื่อย้อมเสร็จแล้ว จะล้างทำความสะอาดเพื่อตรวจเช็คให้แน่ใจว่าสีไม่ตก หลังจากนั้นจะส่งไปยังหมู่บ้านเพื่อทำการทอ หรือปัก เมื่อได้ผ้าผืนแล้วจะส่งกลับมาที่สตูดิโอแน่นหนาเพื่อทำการซักล้าง ตัดเย็บและติดป้ายเพื่อจัดจำหน่ายเป็นขั้นตอนสุดท้าย
“สีย้อมที่สตูดิโอแน่นหนา ส่วนใหญ่จะเป็นสีที่ได้จากธรรมชาติ เช่น สีน้ำเงินได้จากคราม สีดำได้จากผลมะเกลือ สีส้มอมแดงจากเมล็ดคำแสด สีแดงจากไม้ฝางหรือครั่ง สีเหลืองจากแก่นขนุน เป็นต้น สีจากธรรมชาติจะให้ความรู้สึกนุ่มนวล สวยงามแบบไม่จัดจ้าน เราปลูกครามกับคำแสดเอง ไม้บางอย่างหาได้ทั่วไป ส่วนมะเกลือจะมีชาวบ้านเก็บมาส่งให้ บางสีที่ไม่สามารถย้อมด้วยวัตถุดิบธรรมชาติ เราจะใช้สีเคมีแทน เช่นสีม่วงสด สีเทอร์ควอยซ์ ซึ่งต้องมีกรรมวิธีในการดูแลสิ่งแวดล้อมด้วย น้ำที่ใช้หลังการย้อมสีเคมีต้องทำการบำบัดก่อนทิ้ง คุณแม่จะคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเสมอ การใช้น้ำและทรัพยากรต้องคุ้มค่า ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ เราจึงเลือกใช้เส้นฝ้ายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและใช้สีย้อมจากธรรมชาติ เพื่อความยั่งยืน”
ใจดวงใหม่บนวิถีเดิม
โชว์รูมของสตูดิโอแน่นหนาตั้งอยู่ที่ถนนนิมมานเหมินท์ ซอย 1 เต็มไปด้วยผ้าทอและผลิตภัณฑ์ผ้าทอแปรรูปหลากหลาย แบบที่งดงาม
แปลกตาทั้งรูปลักษณ์และสีสัน บางลายละเอียดอ่อน บางลายลดทอนให้ดูทันสมัย คุณลาโมน่าเล่าว่าที่สตูดิโอแน่นหนา ทำงานกับลายมัดหมี่
ร้อยกว่าลาย มีทั้งลายโบราณที่อนุรักษ์ไว้ โดยการเก็บบันทึกลวดลายผ้าลงบนกระดาษกราฟแล้วเก็บเป็นไฟล์ดิจิทัล ซึ่งง่ายต่อการนำมาศึกษาต่อและการทำงานของช่างทอ
เครือข่ายชุมชนที่สตูดิโอแน่นหนาทำงานร่วมด้วยมีอยู่หลายกลุ่ม กลุ่มหลักคือกลุ่มสตรีทอผ้าเพื่อสิ่งแวดล้อมที่อำเภอจอมทอง กลุ่มนี้จะทอผ้าพื้นและผ้ามัดหมี่ กลุ่มปักผ้าชาวม้งที่อาศัยบนดอยรอบๆ จังหวัดเชียงใหม่ ชาวบ้านจะส่งข่าวกันเองปากต่อปากให้มารับงานจากสตูดิโอ
ซึ่งจำนวนคนปักและระยะเวลาไม่ค่อยแน่นอน หากแต่งานออกมาสวยงามคุ้มค่าแก่การรอคอย กลุ่มทอผ้าชาวกะเหรี่ยง เป็นงานทอด้วยกี่เอว ลักษณะผ้ามีความแน่นคล้ายผ้าแคนวาส โดยทางสตูดิโอแน่นหนาจะเตรียมชุดสีสำหรับใช้ในการทอให้ ลายผ้าเป็นลายทางเรียบง่าย สีสันลงตัว ตัดเย็บออกมาเป็นกระเป๋าที่ทันสมัย นอกจากนี้ยังมีคนทอผ้าที่ลาวซึ่งติดต่อกับอาจารย์แพทริเซียมานานกว่า 30 ปี ทอด้วยเทคนิคการขิดและจก โดยใช้สีย้อมธรรมชาติทั้งหมด เน้นทอลายโบราณที่อาจารย์แพทริเซียศึกษาไว้ เพราะปัจจุบันหาซื้อไม่ได้อีกแล้ว
แกะความท้าทาย ทอลวดลายด้วยประสบการณ์
“คราฟต์ไม่ใช่ฟาสต์แฟชั่น แต่เป็นสโลว์แฟชั่นและมันมีความยั่งยืน”
คุณลาโมน่าเล่าถึงความท้าทายในการทำงานที่มีเข้ามาตลอด แต่มองให้มันเป็นเรื่องสนุก
“ความท้าทายเป็นแรงผลักดันให้ทำงานมาจนทุกวันนี้ เริ่มตั้งแต่การค้นหาวัตถุดิบที่มีความยั่งยืน การออกแบบ เทคนิคในการย้อมสี
ส่วนปัญหาเรื่องคนทอถือว่ามีน้อยที่สุด เพราะทำงานด้วยกันมาหลายปี เราเข้าใจวีถีชีวิต วัฒนธรรมของเขาและเขาก็เข้าใจถึงคุณภาพของงาน
ที่เราต้องการ ลูกค้าก็ต้องเข้าใจในกระบวนการผลิตที่ใช้เวลา สำหรับช่วงโควิดถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเรา 90 เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าเป็นนักท่องเที่ยว ที่เหลือจะเป็นชาวต่างชาติที่อาศัยในเมืองไทย พอไม่มีการเดินทางทุกอย่างหยุดชะงัก เราจึงเริ่มหันมาทำการตลาดออนไลน์มากขึ้น ทั้งเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม ด้วยความที่สตูดิโอแน่นหนาอยู่มานาน ฐานลูกค้าเดิมยังคงเหนียวแน่นเป็นเหมือนแฟนคลับ คอยถามไถ่
ถึงสินค้าออกใหม่อยู่ตลอด พอมีเวลามากขึ้นก็ได้ออกแบบลายผ้าใหม่ๆ ทำผลิตภัณฑ์ใหม่บ้าง นอกจากนี้ยังได้จัดเวิร์กช็อปย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติที่สตูดิโอ ท่ามกลางธรรมชาติย่านซอยช่างเคี่ยน”
คุณลาโมน่ามองว่า งานคราฟต์สำคัญกับทุกคนไม่เพียงแต่ผู้ผลิต เจ้าของกิจการหรือผู้ซื้องานคราฟต์เท่านั้น หากแต่งานคราฟต์ยังหมายถึงเอกลักษณ์ของชุมชน ซึ่งกลายเป็นวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า เพราะงานคราฟต์คือส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม ต้องมีทั้งผู้ซื้อและผู้ผลิตสนับสนุน
กันและกัน
“หน้าที่นักออกแบบจะต้องกระชากหรือดึงเอาความน่าสนใจของงานคราฟต์ออกมา ไม่ใช่เพียงแค่ปรับให้งานคราฟต์เป็นส่วนหนึ่งแฟชั่น
คราฟต์ไม่ใช่ฟาสต์แฟชั่น แต่เป็นสโลว์แฟชั่นและมันมีความยั่งยืน แนวโน้มของกิจการเกี่ยวกับงานคราฟต์น่าจะยังคงเปลี่ยนแปลงได้อีก
เพราะผู้คนยังอยู่ในช่วงปรับตัวเนื่องจากโควิด ซึ่งแน่นอนว่าต้องไปในทิศทางที่ดีขึ้น”
คุณลาโมน่าทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มให้คิดต่อว่า
“อยากเห็นคนรุ่นใหม่สนใจงานทอผ้ามากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะเขามีความสามารถโดยเฉพาะการตลาด ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
ด้วยคนทอเก่าแก่อายุมากขึ้น อาจารย์แพทริเซียเองก็มีอายุมากขึ้นด้วย คงไม่สามารถทำอะไรมากมายเท่ากับเมื่อก่อน แต่เรามีความรู้
มีเวิร์กช็อปให้ผู้ที่สนใจมาศึกษา เรียนรู้ ต่อยอดได้ การสนับสนุนงานคราฟต์เพียงเล็กน้อยเท่าที่เราทำได้ ก็ให้อะไรมากกว่าที่เราจะแค่ผลิต
แล้วขายไป”
แกลลอรี่
Studio Naenna (สตูดิโอแน่นหนา)
สำนักงานใหญ่ : 138/8 ซอยช่างเคี่ยน ถ.ห้วยแก้ว ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่
โชว์รูม : 22 ถ.นิมมานเหมินท์ ซอย 1 ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
โทรศัพท์ : 053 895 136
Website : www.studio-naenna.com
Facebook : studionaenna
Instagram: studionaenna
Email: [email protected]











