sa'lahmade

Slowstitch Studio

จากเทคนิคชิโบริแดนกิโมโน ผสานการออกแบบโดยดีไซเนอร์ผู้หลงใหลในการย้อมผ้า
สร้างสรรค์เป็นผืนผ้าลวดลายสวยงามที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

     Slowstitch Studio คือ สตูดิโอออกแบบและผลิตงานผ้าย้อมสีธรรมชาติของคุณแอน – กรรณชลี งามดำรงค์ และคุณเซิร์จ – Sergey Tishkin พาร์ตเนอร์ชาวรัสเซีย 2 หนุ่มสาวนักออกแบบ ที่ค้นพบว่าตัวเองหลงใหลการย้อมผ้าด้วยเทคนิคชิโบริและสนุกไปกับการทดลองรังสรรค์ลายใหม่ๆ บนผืนผ้า

      “แอนเป็นคนกรุงเทพฯ ก่อนจะย้ายมาอยู่เชียงใหม่ ทำงานเป็นเท็กซ์ไทล์ดีไซเนอร์ เลยมีโอกาสได้สัมผัสกับงานที่เกี่ยวเนื่องกับงานคราฟต์หลายรูปแบบ เพียงแต่ไม่ได้เป็นคนลงมือทำเอง ก็เลยคิดถึงตอนที่ได้ทำงานคราฟต์ในสมัยที่เรียนอยู่ คือทั้งออกแบบและลงมือทำด้วยตัวเอง 

เลยตัดสินใจไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นคอร์สสั้นๆ เกี่ยวกับเทคนิคการย้อมคราม ซึ่งเป็นศาสตร์ของการมัดย้อมที่เรียกว่า ‘ชิโบริ’ พอกลับมาเมืองไทยก็เอาความรู้ที่ได้มาฝึกฝน ต่อยอด เริ่มทำงานผ้าในแบบที่ตัวเองสนใจ แล้วก็เขียนบล็อกเชิงให้ความรู้เกี่ยวกับงานที่ทำไปด้วย ก็มี

คนสนใจติดต่อเข้ามา พอมองเห็นความเป็นไปได้ ก็เลยตั้งใจทำแบรนด์อย่างจริงจัง แล้วก็ตั้งชื่อว่า Slowstitch Studio ซึ่งมาจากกระบวนการหนึ่งของการผลิตผ้าที่ใช้วิธีการเย็บเพื่อสร้างให้เป็นลวดลาย ซึ่งจะใช้เวลาค่อนข้างนานในการทำ”

เรียบง่ายแต่มากด้วย ‘ลาย’ ละเอียด

      “ชิโบริ ในความรู้สึกของแอน ก็คือความเรียบง่าย เพราะใช้แค่อุปกรณ์เพียงไม่กี่อย่าง มีผ้า เข็ม ด้าย และน้ำย้อม แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมีความหลากหลายแตกต่างกัน จากความพิเศษนี้ก็เลยกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้เราต่างจากแบรนด์อื่นๆ ทุกลวดลายบนผืนผ้าเกิดจากกระบวนการเย็บทั้งสิ้น เราใช้เวลาหลายปีพัฒนาวิธีการเย็บที่ได้แรงบันดาลใจมาจากชิโบริ ซึ่งเป็นเทคนิคดั้งเดิมของญี่ปุ่น แต่นำมาดัดแปลงผสานกับความร่วมสมัย จนกลายมาเป็นรูปแบบของเราเอง”

      คุณแอนเล่าว่า Slowstitch เริ่มจากการย้อมสีธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ต้องใช้ผ้าที่ทอด้วยเส้นใยธรรมชาติด้วยเพราะมีคุณสมบัติที่ย้อมสีติดได้ดีกว่าเส้นใยสังเคราะห์ เธอจึงเลือกใช้ผ้าฝ้าย ผ้าลินินและผ้าไหมเป็นหลัก แล้วย้อมด้วยสีที่มาจากธรรมชาติ ซึ่งส่วนมากจะใช้คราม และ

ก็ยังมีสมอไทย ไม้ฝาง เปลือกมังคุด ดอกดาวเรืองและพืชอื่นๆ ที่หาได้ในท้องถิ่น สีที่ได้ก็จะมีสีคราม สีเหลือง สีชมพู สีเทา สีแดง ฯลฯ แม้จะมี

ข้อจำกัดคืออาจจะไม่ได้สีทุกสีตามที่ต้องการ รวมทั้งพืชแต่ละชนิดก็มีวิธีการย้อมที่ยุ่งยากต่างกัน แต่สีธรรมชาติก็จะปลอดภัยต่อผู้สวมใส่และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

      “การเลือกใช้ผ้าแต่ละชนิด แอนจะพิจารณาตามความเหมาะสมกับเทคนิคที่จะใช้ ถ้าใช้เทคนิคแพรวพราวหน่อย มักจะใช้ผ้าลินินเพราะทนทานต่อการเย็บและไม่ทิ้งร่องรอยฝีเข็มไว้มากนัก ต่างจากผ้าไหมที่ยิ่งเย็บมาก เนื้อผ้าอาจเสียหายได้”

      คุณแอนเปรียบเทียบการมัดย้อมกับการเย็บย้อมให้เห็นภาพว่า การมัดย้อมทำโดยการใช้เชือกหรือยางรัดในการมัดผ้า แล้วนำไปย้อมสี 

งานที่ได้จะเป็นแพตเทิร์นตามที่มัดและมีลวดลายที่อิสระ เหมือนงานมัดย้อมที่เห็นกันทั่วไป แต่การเย็บย้อมแบบ Slowstitch สามารถออกแบบลวดลายผ้าให้เป็นไปตามที่ต้องการ ซึ่งลวดลายที่ได้จะมีความเป็นกราฟิกมากกว่า ลายเส้นที่มาจากการเย็บเพียงอย่างเดียวจะมีเอกลักษณ์ 

ซับซ้อนแต่ร่วมสมัย 

      “ชิ้นงานของเราจะเกิดจากการเล่นกับลวดลาย เมื่อทดลองทำลวดลายด้วยเทคนิคชิโบริหรือการเย็บย้อมไปเรื่อยๆ ก็จะเกิดไอเดียว่า ลวดลายแบบนี้จะไปอยู่บนชิ้นงานอะไร หรืออยากจะผสมลวดลายนี้เข้ากับลวดลายอื่นอย่างไร พอมีการคิดอย่างเป็นกระบวนการแล้ว 

การทำงานก็จะลื่นไหล เริ่มจากลายดั้งเดิมของญี่ปุ่นนำมาปรับแต่งให้มีความร่วมสมัยในแบบของเรา จากลวดลายหนึ่งไปสู่อีกลวดลายหนึ่ง กลายเป็นแรงบันดาลใจให้พัฒนาไปสู่ลวดลายใหม่ๆ ต่อไป” 

      ขั้นตอนการทำงานอันแสนเรียบง่ายที่คุณแอนเล่าถึง ได้แก่ การวาดหรือทำเครื่องหมายบอกตำแหน่งการเย็บลงบนผ้าที่เตรียมไว้ บรรจงเย็บไปตามจุดเหล่านั้น แล้วดึงเส้นด้ายแต่ละเส้นให้เกิดรอยยับย่นแต่เป็นระเบียบ มัดให้แน่นแล้วนำไปย้อมสี หากเป็นการย้อมครามจะย้อมประมาณ 7-10 ครั้ง เพื่อให้ได้เฉดสีครามที่มีความลึกของเนื้อสี ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Slowstitch ที่ให้สีอิ่ม เข้ม แต่สดใสในคราวเดียว หรือหากย้อมสีธรรมชาติอื่นๆ จะทำการสกัดสีด้วยการต้ม งานแต่ละชิ้นใช้เวลาไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความยากของลายเย็บ ถ้าเป็นผ้าพันคอจะใช้เวลาประมาณ 2 วันถึง 1 สัปดาห์

      “เนื่องจากการเย็บย้อมของผ้าแต่ละชิ้น จะใช้เวลาทำลวดลายค่อนข้างนานมาก ทำให้เราไม่อยากจะตัดส่วนหนึ่งส่วนใดของผ้าออก ชิ้นงานส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม อย่าง ผ้าพันคอ ปลอกหมอน ซึ่งเราก็จะตัดผ้าเท่ากับตัวงานที่จะเย็บย้อม ถ้าจำเป็นต้องตัดทิ้ง เศษผ้า

เหล่านั้นจะถูกนำไปทำเป็นชิ้นงานอื่นๆ เพื่อเหลือทิ้งให้น้อยที่สุด อย่างพวกกระเป๋าใบเล็ก เครื่องประดับ หรือกลายมาเป็นลายผ้าบนผ้าอีกที ด้วยความที่เราเป็นคนหลงใหลในเท็กซ์ไทล์อยู่แล้ว เวลาที่ทำลวดลายบนผ้า เราก็อยากให้ผ้าผืนนั้น ทำหน้าที่เป็นผ้าเท่านั้น”

ลวดลาย...บ่งบอกคุณค่า

       ลวดลายบนผืนผ้าของ Slowstitch ส่วนใหญ่จะออกแนวนามธรรม แล้วแต่คนมองและตีความ อย่างผ้าพันคอสีแดงที่มีลวดลายคล้ายจุด

ของแสงไฟ คุณแอนได้เล่าถึงที่มาให้ฟังว่า สีแดงเป็นสีที่หายากในธรรมชาติสีหนึ่ง โดยสีนี้ได้มาจากรากไม้ของต้น Madder จากประเทศอินเดีย และ Slowstitch ได้พัฒนาลวดลายขึ้นมาและเรียกกันในทีมว่า ลายหิ่งห้อย ซึ่งมีขั้นตอนการทำที่ไม่ยุ่งยากและขายดี เพราะเป็นผ้าไหมที่มีความเงางามนุ่มนวล และห่มสบายเหมาะกับอากาศเมืองไทย ส่วนอีกชิ้นหนึ่งคือเสื้อผ้าลินินที่ทำเป็นงาน Patchwork ออกแบบให้สวมใส่ได้ทั้ง 

2 ด้านหน้า-หลัง เป็นการนำเอาผ้าที่เหลือจากการตัดเย็บชิ้นงานอื่น ซึ่งมีหลากหลายเทคนิคของการเย็บย้อมมารวมตัวกัน ผสานกับงานปักจักรร่อนสะดึง โดยใช้เทคนิคการเย็บขดด้ายหนาๆ ติดเข้าไปบนผ้า ที่หาคนทำยากขึ้นทุกวัน ส่งผลให้ชิ้นงานมีอัตลักษณ์ยิ่งขึ้น เพราะแต่ละชิ้นจะไม่เหมือนกัน และทำซ้ำไม่ได้

      “งานของเราทุกชิ้นเป็นงานแฮนด์เมด 100 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่กระบวนการผลิตที่ใช้แรงงานคนทุกขั้นตอน แม้ในความเหมือนของลวดลายเดียวกัน เทคนิคเดียวกัน แต่แรงดึงเส้นด้ายหรือฝีเข็มของแต่ละคนไม่เท่ากัน รวมถึงจังหวะในการพับย่นของผ้าแต่ละผืนไม่เหมือนกัน ส่งผลให้เกิดความต่างขึ้นได้ ผลลัพธ์จากกระบวนการทั้งหมดจึงไม่อาจคาดเดาได้ ถือเป็นความท้าทายในการทำงานอย่างหนึ่ง ในส่วนของการสื่อสารกับลูกค้าในเรื่องราคาก็เป็นส่วนสำคัญ นอกจากจะต้องทำให้ลูกค้าเข้าใจในกระบวนการผลิตที่มีความซับซ้อนแล้ว ยังมีเรื่องความพิเศษที่สตูดิโอของเราออกแบบลายผ้าเอง พัฒนาลวดลายเอง อันเป็นต้นทุนจากการคิดค้นกระบวนการทำ รวมทั้งพนักงานที่เราฝึกหัดขึ้นมาเอง มีสวัสดิการตามระบบที่ถูกต้อง เราจึงใช้ช่องทางสื่อโซเชียลต่างๆ ในการอธิบายถึงคุณค่าของงานนั้น”

คุณค่าที่มาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลง

“แอนมองว่าในเชิงปัจเจกและเชิงชุมชนก็มีความสำคัญสำหรับงานทำมือ
ในขณะเดียวกันทักษะเชิงดิจิทัลก็เป็นการเชื่อมโยงกับโลกภายนอก
เป็นการเปิดกว้างมากสำหรับงานคราฟต์”

      Slowstich เริ่มต้นบนแพลตฟอร์มออนไลน์เพียงอย่างเดียว โดยจำหน่ายและสื่อสารกับลูกค้าผ่านเว็บไซต์และสื่อโซเชียล พอเริ่มทำแบรนด์ได้ 2-3 ปี จึงตัดสินใจเปิดหน้าร้านที่ชุมชนสร้างสรรค์โหล่งฮิมคาว ย่านอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่  เพราะคุณแอนอยากให้ลูกค้าได้ลองจับ ลองใช้ ได้เห็นเท็กเจอร์เนื้อผ้าจริง และข้อดีของการมีหน้าร้านคือช่วยขยายฐานลูกค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นด้วย 

      นอกจากนี้ Slowstich เพิ่มการจัดเวิร์กช็อประยะสั้นให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจ เรียนมัดย้อมและย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติอย่างง่าย แต่หากสนใจเรียนชิโบริในแบบของ Slowstich จะต้องใช้เวลาหลายวัน เพราะแต่ละขั้นตอนโดยเฉพาะการเย็บย้อมใช้เวลาค่อนข้างนาน  และยังจัดทำเวิร์กช็อปออนไลน์ผ่านรูปแบบวิดีโอ สำหรับผู้สนใจทำงานคราฟต์เกี่ยวกับงานผ้า ซึ่งได้ผลตอบรับจากลูกค้าชาวต่างชาติเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังรับเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวให้กับบางชุมชนที่พอจะมีทักษะที่เข้ากับ Slowstitch และการทำงานร่วมกับช่างฝีมือลีซอ โดยจะส่งที่ผ้าย้อมแล้วของ Slowstitch ไปทำการเย็บด้วยวิธีแบบดั้งเดิมของชนเผ่า

      “คราฟต์ คืองานที่ใช้ทักษะและเวลา โดยไม่จำกัดกรอบอยู่แค่งานทำมือ คราฟต์ เชื่อมโยงเรากับความเป็นมนุษย์ เนื่องจากการทำงานกับมือ สัมพันธ์กับสายตาและสมาธิที่จดจ่อ แต่อีกด้านคราฟต์ช่วยสร้างอาชีพให้กับชุมชน อย่างทีมเล็กๆ ที่เราสร้างขึ้นมา เขาจะมีกลุ่มเล็กๆ ของเขา 

ที่สามารถต่อยอดไปสู่การทำงานอย่างอื่นได้ แอนมองว่าในเชิงปัจเจกและเชิงชุมชนก็มีความสำคัญสำหรับงานทำมือ ในขณะเดียวกันทักษะเชิงดิจิทัลก็เป็นการเชื่อมโยงกับโลกภายนอก ส่วนเชียงใหม่เองมีนักออกแบบและคนรุ่นใหม่ย้ายเข้ามาอยู่กันเยอะขึ้น ถือเป็นความน่าตื่นเต้นที่จะได้เห็นงานออกแบบที่มีความร่วมสมัยผนวกเข้ากับงานคราฟต์ในภาคเหนือ”

เปลี่ยนกรอบความคิด สู่อิสระแห่งการสร้างสรรค์

      “แอนอยากจะพัฒนาเท็กไทล์ในแบบของ Slowstitch ต่อไปเรื่อยๆ แต่ไม่ได้อยากหยุดนิ่งอยู่แค่งานคราฟต์และสีธรรมชาติ เพราะว่า

มันเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เราหลงใหล เราใช้เวลากับแบรนด์มา 6-7 ปีแล้ว รู้สึกว่ายังมีความสนุกบางอย่างที่เราสามารถทำให้เป็นงานเชิงดิจิทัล 

เชิงการพิมพ์ หรือบางอย่างที่แตกต่างจากที่เคยทำมา เพื่อฉีกตัวเองออกจากรูปแบบเดิมๆ”

       เรื่องราวของ Slowstitch ยังคงดำเนินต่อไปสู่บทใหม่ที่ก้าวข้ามไปสู่งานคราฟต์ที่แตกต่าง แม้จะเพิ่งเริ่มทำ แต่ก็มองเห็นอนาคตของงานผ้า

ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่งานทำมือ

แกลลอรี่

Slowstitch Studio

ที่ตั้ง : 13/18 ตำบลสันกลาง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ 50130

โทรศัพท์ : 088 916 6492

Website: slowstitchstudio.com

Facebook : slowstitchstudio

Instagram: slowstitchstudio

Email: [email protected]

ผลิตภัณฑ์แนะนำ

Recommended products

ผ้าพันคอผ้าไหม ลายหิ่งห้อย

ลายผ้ามีจุดขาวแดงคล้ายแสงไฟ สีแดงได้มาจากรากไม้ของต้น Madder ประเทศอินเดีย เป็นผ้าไหมมีความเงางาม นุ่มนวลและห่มสบาย เหมาะกับอากาศเมืองไทย

เสื้อลินิน

ออกแบบให้สวมใส่ได้ทั้ง 2 ข้าง หน้า-หลัง เป็นงาน Patchwork ที่นำเอาผ้าที่เหลือจากการตัดเย็บจากงานชิ้นอื่นๆ แล้วใช้หลากหลายเทคนิคของการเย็บย้อมมารวมกัน แต่ละชิ้นจะมีเอกลักษณ์ ไม่ซ้ำกัน